3 สิ่งที่คุณควรทำ เมื่อเปลี่ยนเอเยนซี่โฆษณาออนไลน์

0
500
digital-agency-online-bangkok-change

เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายท่านคงคุ้นเคยกับการจ้างเอเยนซี่โฆษณาออนไลน์ เช่น โฆษณา Google โฆษณา Facebook เป็นต้น ซึ่งหลายๆ ครั้ง มันก็จะมีอารมณ์ ไม่พอใจ งานของเอเยนซี่ที่ใช้บริการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการช้า ติดต่อเจ้าหน้าที่ยาก แต่เหตุผลสุดคลาสสิคที่เจ้าของธุรกิจตัดสินใจเปลี่ยนเอเยนซี่คือ โฆษณาไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ไม่ได้ยอดขาย ..

โอเค ทีนี้ ถ้าไม่พูดถึงปัจจัยอะไรท่ีทำให้โฆษณาไม่ได้ผล ข้ามไปขั้นตอนที่คุณตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนเอเยนซี่แน่นอน มี 3 อย่างที่คุณจำเป็นต้องบอกกับเอเยนซี่ใหม่ เพราะหากคุณไม่บอก บอกข้อมูลไม่ครบ หรือบิดเบือนข้อมูลจริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม

รายละเอียดของโฆษณาเดิม

แจ้งเอเยนซี่ใหม่ให้ครบ ว่าโฆษณาเก่ายิงไปที่กลุ่มเป้าหมายไหน เพศ​ อายุ Landing Page รูปแบบโฆษณาเป็นอย่างไร ถ้ามีตัวอย่างส่งให้ดูก็จะดีมาก ที่สำคัญ ต้องแจ้งว่าใช้งบโฆษณาไปเท่าไหร่ 

มีเพื่อนที่รู้จักอยากประหยัดงบโฆษณา เลยไปบอกเอเยนซี่ใหม่ว่างบที่เคยลงเป็น 500 บาทต่อวัน แต่จริงๆ แล้ว ลงกับเอเยนซี่เดิม 1,000 บาทต่อวัน สุดท้ายพอมาลงกับเอเยนซี่ใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เหมือนเอเยนซี่เดิม ก็มาบ่น และหาว่าเอเยนซี่ใหม่ไม่ดี คิดผิดที่เปลี่ยนเอเยนซี่ ซึ่งมันจะเอาผลมาเทียบกันได้ไง? งบต่างกันเป็นครึ่ง ซึ่งการเทียบแบบนี้มันไร้ซึ่งตรรกะ

ดังนั้นหากคุณอยากจะเปรียบเทียบผลจริงๆ แจ้งข้อมูล รายละเอียดของโฆษณาเดิมให้ครบ และตามจริง เพื่อที่เอเยนซี่ใหม่จะได้เอาข้อมูลมาพัฒนาต่อ และมันจะเป็นการทดสอบผลลัพธ์อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

รีพอร์ทโฆษณา

ถ้าสามารถส่งรีพอร์ทโฆษณาจากทางเอยนซี่เดิมให้ที่ใหม่ดูได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี คุณไม่จำเป็นต้องบอกเอเยนซี่ใหม่ว่าบริษัทเดิมที่เคยใช้บริการคือบริษัทอะไร

เพราะจากประสบการของผมเอง หากเอารีพอร์ท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข กราฟ หรืออะไรก็แล้วแต่ ไปให้เอเยนซี่ดู ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูล เช่น CPM, CTR, CPC, หรือ CPA เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เอเยนซี่ใหม่เห็นว่าประสิทธิภาพเดิมเป็นอย่างไร และควรแก้ไข ปรับปรุงอย่างไร

บางคนชอบที่จะไม่บอกเอเยนซี่ใหม่ เพราะอยากทดสอบความสามารถ ซึ่งผมไม่แนะนำ เพราะการทำแบบนี้เหมือนเป็นการให้เอเยนซี่ใหม่เริ่มจาก 0 ใหม่อีกรอบ ทั้งๆ ที่สามารถต่อยอดจากข้อมูลเดิม

ปัญหาที่เกิด สิ่งที่ต้องการ

อันนี้สำคัญไม่แพ้กับสองข้อก่อนหน้านี้ บอกเอเยนซี่ใหม่ว่าปัญหาที่เจอกับเอเยนซี่เก่าคืออะไร เช่น ลงโฆษณาไปแล้วไม่มีคนติดต่อมา เอเยนซี่ใหม่ (ที่มีคุณภาพ) จะถามคุณต่อเองว่า โฆษณาเดิมลงแบบไหน กลยุทธ์เป็นอย่างไร ขอดูรีพอร์ทเดิม เพื่อสืบหาต้นตอของปัญหา

และอย่าลืมบอกว่าจุดประสงค์ที่คุณต้องการจากเอเยนซี่ใหม่คืออะไร เช่น อยากกระตุ้นการติดต่อให้มากขึ้น เอเยนซี่จะวางแผนต่อจากผลโฆษณาเดิม และไม่ไปทดลองอะไรซ้ำกับเอเยนซี่เดิม (ที่มันไม่ได้ผลตามที่เราต้องการ)

อย่างไรก็ตาม โฆษณาออนไลน์จำเป็นต้องใช้เวลาและการทดสอบ การที่ลงโฆษณาไป 1-2 เดือนแล้วยังไม่ปัง เป็นเรื่องธรรมดา สิ่งสำคัญคือ ต้องเก็บข้อมูล เก็บดาต้ามาวิเคราะห์ ว่าทำไมไม่เวิร์ค และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เป็นประจำ ดังนั้นคุณไม่ควรตัดสินว่าเอเยนซี่นั้นมีคุณภาพหรือไม่ จากการวัดผลโฆษณาในช่วงแค่ไม่กี่วัน แต่ถ้าลงมาเป็นเดือนแล้วยังไม่โอเค ต้องรีบบอกเอเยนซี่ทันที เพื่อให้ทางเอเยนซี่ได้ปรับกลยุทธ์ อย่าคิดว่าเอเยนซี่จะรู้เอง เพราะเอเยนซี่ไม่ใช่พระเจ้า และจะดูข้อมูลฝั่งโฆษณาได้อย่างเดียว แต่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีคนโทรไปที่ร้านกี่คน (เว้นแต่ธุรกิจคุณมีเว็บไซต์ที่สามารถวัด Conversion ได้)

 

Image Designed by Rawpixel.com>

- Advertisement -

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here