ไม่ว่าธุรกิจเล็กไปจนถึงธุรกิจใหญ่คงจะไม่มีใครไม่รู้จักการขายของหรือการช้อปปิ้งผ่านทางออนไลน์ E-Commerce เป็นช่องทางการค้าอีกช่องทางนึงที่เข้าได้ทุกกลุ่มลูกค้าและสะดวกต่อการซื้อขาย แต่หลายคนหรือหลาย ๆ ธุรกิจอาจจะไม่รู้จักว่า E-Commerce คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ บทความนี้จะมาทำความรู้จักช่องทางการขายของออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด
E-Commerce คืออะไร
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce คือ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต สามารถจะซื้อขายสินค้า เมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาไหนด็ได้ สะดวกและทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการได้สะดวกและรวดเร็ว
E-Commerce มีกี่ประเภท
สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
- Business-to-Consumer (B2C): ธุรกิจสู่ผู้บริโภค เป็นธุรกิจขายสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภคโดยตรงไม่มีคนกลาง เช่น Lazada, Shopee, JD Central และแพลตฟอร์มขายปลีกที่เชื่อมต่อร้านค้ากับผู้บริโภค หรือ Nike.com, Apple.com เป็นแบรนด์ที่ขายสินค้าโดยตรงให้ลูกค้าผ่านเว็บไซต์ตัวเอง
- Business-to-Business (B2B): ธุรกิจสู่ธุรกิจ เป็นการซื้อขายระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตขายวัตถุดิบให้กับโรงงาน หรือร้านค้าปลีกซื้อสินค้าไปจำหน่ายต่อและมักเป็นการซื้อขายแบบ จำนวนมากใช้ระบบอัตโนมัติในการสั่งซื้อ
- Consumer-to-Consumer (C2C): ผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค เป็นการซื้อขายสินค้าระหว่างบุคคลทั่วไป นิยมใช้กับ สินค้ามือสอง หรือ สินค้าแฮนด์เมดและซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
- Consumer-to-Business (C2B): ผู้บริโภคสู่ธุรกิจ พบได้บ่อยในอุตสาหกรรม ฟรีแลนซ์ และ Influencer Marketing เป็นรูปแบบที่ผู้บริโภคเป็นผู้เสนอขายสินค้า/บริการให้กับธุรกิจ
- Business-to-Administration (B2A): ธุรกิจกับหน่วยงานรัฐ เป็นรูปแบบธุรกิจให้บริการหรือขายสินค้าให้กับหน่วยงานของรัฐ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์
- Consumer-to-Administration (C2A): ผู้บริโภคกับหน่วยงานรัฐ เป็นเหมือนการทำธุรกรรมระหว่างบุคคลทั่วไปกับหน่วยงานรัฐบาล ผ่านระบบออนไลน์ มักเกี่ยวข้องกับ การชำระเงินภาษี ค่าธรรมเนียม การขอใบอนุญาต
E-Commerce มีอะไรบ้าง
รูปแบบของ E-Commerce ที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่
- การขายปลีกออนไลน์: ร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าโดยตรงให้กับผู้บริโภค เช่น Amazon, Lazada
- การประมูลออนไลน์: แพลตฟอร์มที่ให้ผู้บริโภคสามารถประมูลสินค้าจากผู้ขายได้ อย่างเช่น eBay
- การสมัครสมาชิก: บริการที่ผู้บริโภคจ่ายเงินเป็นรายเดือนหรือรายปีเพื่อรับสินค้า หรือบริการ อย่างเช่น Netflix, Spotify
- การขายสินค้าดิจิทัล: การขายสินค้าในรูปแแบบดิจิทัล เช่น e-books, ซอฟต์แวร์
ประโยชน์ของ E-Commerce มีอะไรบ้าง
- สามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น: ลูกค้าสามารถเข้าถึงร้านค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดแค่พื้นที่ตั้งหน้าร้าน โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ ช่องทางขายของออนไลน์ เข้ามาช่วย ก็อาจจะทำให้สะดวกต่อการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศได้ง่ายในอนาคต
- ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ: เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง ทำให้สามารถลดค่าเช่าพื้นและค่าจ้างพนักงานได้ โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน
- เพิ่มโอกาสในการขายและยอดขายรวม: เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถเปิดจำหน่ายได้ทุกเวลา ไม่มีวันหยุดและส่งเสริมการขายด้วยการใช้กลยุทธ์ อย่างเช่น Flash Sale, โปรส่งฟรี, การตลาดแบบ Personalization เพื่อกระตุ้นยอดขาย และควรกระจายการจำหน่ายสินค้าไปยังหลากหลายช่องทาง เช่น ทางเว็บไซต์ Shopee, Lazada, Facebook, IG
- สร้างความประทับใจและประสบการ์ณที่ดีให้ลูกค้า: ควรอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการสั่งซื้อ การเช็กสถานะ การจ่ายเงินและการรีวิวสินค้าในทีเดียวเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในยุคดิจิทัลและเพื่อเพิ่มความพึงพอใจและโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ
- สามารถทำแคมเปญและโปรโมชันให้ยืดหยุ่นได้: ทำ A/B Testing ได้ว่ากลยุทธ์แบบไหนเวิร์กที่สุดโดยต้องวัดผลแบบเรียลไทม์ว่าลูกค้าชอบอะไรและปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นตามพฤติกรรมผู้บริโภคได้ทันทีเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
- เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด: ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดไหนหรือพึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็สามารถใช้ E-Commerce เป็นช่องทางในการขายและเติบโตได้
ตัวอย่างช่องทางการซื้อขายผ่าน E-Commerce
- เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce Website) ตัวอย่าง: Nike.com, Adidas.com
- เป็นช่องทางที่ธุรกิจสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อขายสินค้าโดยตรง ลูกค้าสามารถเลือกสินค้า กดสั่งซื้อ และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, โอนเงิน หรือ e-Wallet เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างตัวตนและควบคุมประสบการณ์ลูกค้า
- Mobile App E-Commerce (แอปพลิเคชันขายสินค้า) ตัวอย่าง: Lazada App, Shopee App
- ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อซื้อของสะดวกขึ้น มีฟีเจอร์พิเศษ เช่น การแจ้งเตือนโปรโมชั่น, ระบบสะสมแต้ม, การชำระเงินผ่านแอป
- Live Commerce (การขายผ่านไลฟ์สด) ตัวอย่าง: Facebook Live, TikTok Live, Shopee Live
- ร้านค้าสามารถไลฟ์สดเพื่อรีวิวและขายสินค้าแบบเรียลไทม์โดยลูกค้าสั่งซื้อผ่านคอมเมนต์ หรือกดลิงก์ที่ระบบขึ้นให้
E-Commerce ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางขายสินค้าออนไลน์ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจทันสมัย คล่องตัว มีข้อมูลในการตัดสินใจ และเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในโลกของการตลาดยุคดิจิทัล