ภาวะอาชีพหยุดชะงัก (Career Plateau): แนวทางหลีกเลี่ยง “เพดานอาชีพ” ของคนทำงานประจำ

ภาวะอาชีพหยุดชะงัก (Career Plateau): แนวทางหลีกเลี่ยง “เพดานอาชีพ” ของคนทำงานประจำ

อัพเดทความรู้ธุรกิจตรงถึงอีเมล



    อัพเดทผ่าน LINE

    หรือปรึกษาเราเรื่องธุรกิจ

    ติดตาม Facebook

    กด See First ด้วยนะครับ

    คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม? ยิ่งทำงานเก่งขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น แต่เส้นทางความก้าวหน้ากลับแคบลงเรื่อยๆ ตำแหน่งไม่ขยับ งานเริ่มซ้ำซาก และไม่แน่ใจว่าควรเดินต่อไปทางไหน หลายคนเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยไฟที่แรงกล้า ตั้งใจเรียนรู้และทุ่มเทเต็มที่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับรู้สึกว่างานที่ทำเริ่มจำเจ มองไม่เห็นโอกาสเติบโต

    ภาวะนี้เรียกว่า อาชีพหยุดชะงัก (Career Plateau) ซึ่งเกิดขึ้นกับคนทำงานจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว โดยทั่วไป ภาวะดังกล่าวมักปรากฏชัดในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่หากสามารถรับมือและบริหารจัดการได้อย่างถูกวิธี คุณอาจทะลุไปสู่ความฝันที่คุณคาดหวังในวันแรกที่คุณถือปริญญาออกจากมหาวิทยาลัย

    อาชีพหยุดชะงัก คืออะไร?

    เราสามารถจำแนกภาวะอาชีพหยุดชะงักได้ 2 รูปแบบหลัก

    1) การหยุดชะงักเชิงโครงสร้าง (Structural Plateau)

    เกิดจากข้อจำกัดของโครงสร้างองค์กร ไม่ใช้เกิดจากผลงานของตัวคุณเอง ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีศักยภาพ เช่น ขนาดองค์กร ลำดับชั้นตำแหน่งที่ซับซ้อน โครงสร้างแบบปิรามิดที่ตำแหน่งระดับบนมีจำกัด หรือโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบ

    2) การหยุดชะงักเชิงเนื้อหา (Content Plateau)

    เกิดเมื่อพนักงานและเนื้องานมาถึงจุดอิ่มตัว คุณรู้จักงานนั้นดีมากจนแทบไม่มีอะไรใหม่ให้เรียนรู้การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน ทำให้ความท้าทายลดลง

    แต่ข่าวดีคือ ภาวะอาชีพหยุดชะงักไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นแบบถาวร หากเราปรับวิธีคิดและพฤติกรรม โดยโฟกัสที่สิ่งที่เราควบคุมได้ อย่าไปพยายามแก้ไข เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ตนเองควบคุมไม่ได้

    รับมืออย่างไร เมื่อเจออาชีพหยุดชะงักเชิงโครงสร้าง

    การที่ตำแหน่งไม่ขยับ ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลวแต่มันสะท้อนข้อจำกัดของระบบมากกว่าความสามารถส่วนตัว พนักงานที่มีศักยภาพทำงานเก่งจะรับมือด้วยการ ปรับตัว ปรับเป้าหมาย ขยายบทบาท หรือเปลี่ยนทิศทางการเติบโต มากกว่าการรอคอยการเลื่อนตำแหน่งขึ้นในแนวดิ่งเพียงอย่างเดียว

    1. ปรับมุมมองต่อคำว่า “ความก้าวหน้าในอาชีพ”

    แทนที่จะมองความก้าวหน้าในแนวตั้ง (ตำแหน่งสูงขึ้น) เพียงอย่างเดียว คุณควรหันมาให้ความสำคัญกับ ความก้าวหน้าในแนวนอนหรือเชิงคุณภาพ เช่น

    • ขยายขอบเขตความรับผิดชอบในโครงการที่มีผลกระทบสูง
    • พัฒนาตนเองสู่การเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Subject-matter Expert)
    • สร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริหารผ่านความเชี่ยวชาญ

    ความก้าวหน้าอาจหมายถึง ระดับความลึกของความรู้ และรู้จริง ผลกระทบทางธุรกิจที่วัดได้จริงต่อองค์กร และอิสระในการทำงาน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง

    2. ลงทุนในทักษะใหม่แห่งอนาคต

    • ทักษะข้ามสายงาน เช่น การเงิน + เทคโนโลยี
    • ทักษะภาวะผู้นำและการสื่อสาร (Soft Skills)
    • การอบรม ใบรับรองวิชาชีพ หรือทักษะดิจิทัล

    3. มองหาการเติบโตในแนวระนาบ (Lateral Move)

    การย้ายแผนกหรือทำงานในโครงสร้างแบบ Matrix Organization คือรูปแบบโครงสร้างองค์กรที่พนักงาน มีหัวหน้ามากกว่าหนึ่งคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษะการปรับตัว ขยายเครือข่าย และเติมความสดใหม่ให้การทำงาน

    การปรับลักษณะงานในแนวนอนช่วย เพิ่มแรงจูงใจและความสดใหม่ในการทำงานซึ่งดีกว่านั่งรอการปรับขึ้นตำแหน่งในแนวดิ่งเพียงอย่างเดียว

    4. สร้างบทบาทเชิงกลยุทธ์ให้โดดเด่น

    ทำให้ตนเองและความสามารถของตนและบทบาทเชิงกลยุทธ์เป็นที่น่าสนใจต่อผู้บริหาร ตัวอย่างเช่น พนักงานวัย 45 ปีในองค์กรขนาดใหญ่แม้ตำแหน่งไม่ขยับมาหลายปี แต่ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เขากลายเป็นบุคคลที่ผู้บริหารต้องเรียกหาเสมอเมื่อเกิดวิกฤต

    5. เปลี่ยนแรงจูงใจจากภายนอกเป็นภายใน

    โฟกัสที่ความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญในงาน ความหมายของงาน การเป็น Mentor และการสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเหนื่อยล้าและการหมดไฟในการทำงาน

    6. สื่อสารกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมา

    การพูดคุยเรื่อง Career Path อย่างจริงจังช่วยให้คุณตัดสินใจอนาคตได้อย่างมีข้อมูล เช่น โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งที่เป็นจริง เส้นทางการเติบโตทางเลือกอื่น และ กรอบเวลา

    7. พิจารณาโอกาสภายนอกอย่างมีกลยุทธ์

    หากภาวะหยุดชงักในอาชีพของคุณเริ่มเป็นระยะยาว ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตหรืออาชีพ การเปลี่ยนงานไม่ใช่ความไม่จงรักภักดี การมองหาโอกาศภายนอกและคว้ามันไว้ ควรอยู่บน การพิจารณาอย่างรอบคอบถึง ข้อดี ข้อเสียอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ อย่ามองแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว

    8. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเชิงลบ

    อย่าปล่อยให้ความอึดอัดกลายเป็นการทำงานแบบขอไปทีหรือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อทั้งความก้าวหน้าและสุขภาวะของตนเอง

    ปัญหาพวกนี้อาจไม่เกี่ยวกับผลการทำงานของคุณเสมอไป แต่เป็นเรื่องขององค์กร ขนาดขององค์กรและโครงสร้าง จงทุ่มเทความสนใจของคุณไปที่ สิ่งที่คุณควบคุมได้ เช่น การกำหนดนิยามใหม่ของคำว่า ความสำเร็จ การทำงานด้วยการเพิ่มคุณภาพ การเพิ่มความเชี่ยวชาญในงานอย่างที่สุด การทำให้ผู้บริหารเห็นคุณค่าความเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถคิดวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้ดี

    ชอบเรื่องนี้แค่ไหน ให้หัวใจเราหน่อย

    หัวใจเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวด

    แชร์บทความนี้! อาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

    ติดตามเราบน Facebook

    เราขอโทษด้วยที่โพสต์นี้ไม่ดีพอสำหรับคุณ

    รบกวนขอ Feedback เพื่อให้เราได้ปรับปรุงนะครับ

    เพื่อประสิทธิภาพในการแสดงผล และการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ hardcoreceo.co เราจึงใช้คุกกี้เพื่อเก็บข้อมูลมาพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • คุกกี้ที่จำเป็น
      Always Active

      ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

    • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

      คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    Save