เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่างไรให้รอด เมื่อมีเงินลงทุนน้อย

เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อย่างไรให้รอด เมื่อมีเงินลงทุนน้อย

อัพเดทเรื่องราวธุรกิจที่ไม่ควรพลาด


    อัพเดทผ่าน LINE

    หรือปรึกษาเราเรื่องธุรกิจ

    ติดตาม Facebook

    อย่าลืมกด See First ด้วยนะครับ

    บทความนี้มีประโยชน์มากสำหรับการ เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง มันอาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย และน่าตื่นเต้นที่สุดในการทำธุรกิจส่วนตัว ตอนที่คุณเริ่มต้นคุณอาจจะจินตนาการไว้ว่า ถ้าฉันมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ฉันจะสบาย และธุรกิจของฉันจะต้องเติบโต มั่นคงแน่นอน แต่หลายคนลืมคิดถึง ความเสี่ยงที่จะตามมา ว่าตัวจะเองรับมันได้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมักจะ ทำธุรกิจควบคู่งานประจำ ก่อนตัดสินใจออกจากงานมาเพื่อทำธุรกิจของตัวเอง เพราะคิดว่า “มันถึงเวลาแล้ว” อิ่มตัวกับการเป็นลูกน้องแล้ว  และหนึ่งในปัจจัยหลักของการเริ่มต้นธุรกิจก็คือ “เงินลงทุน” เพราะกว่าจะทำให้เป็นรูปเป็นร่างได้ คุณอาจจะขาดรายได้ไปช่วงหนึ่ง..

    แต่เงินไม่ใช่สาเหตุที่จะขัดขวางธุรกิจในฝันของคุณ และเงินไม่ใช่ทุกอย่างในการเริ่มทำธุรกิจ

    แน่นอนว่าธุรกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีเงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว ดังนั้นการ เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ยังไงต้องมีเงินลงทุนครั้งแรก (หรือลงแรงฟรีๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการลงทุน เพราะคุณเลือกที่จะใช้เวลากับสิ่งที่ยังไม่ทำเงิน แทนที่จะใช้เวลานั้นไปทำงานที่สร้างรายได้) แต่การใช้เงินลงทุนเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับธุรกิจที่เราวางไว้ด้วย เพราะแต่ละธุรกิจก็จะมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าคุณสามารถประเมินได้ตั้งแต่เริ่มต้นคิดทำธุรกิจว่าจะต้องใช้เงินไปกับอะไรบ้าง คุณก็จะลงทุนกับส่วนประกอบต่างๆ ของบริษัท ได้อย่างราบรื่น

    ลองมาดูตัวอย่างกันว่าจะ เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ มันต้องมีการใช้เงินไปกับส่วนไหนบ้าง

    • อุปกรณ์ทั้งหมด ที่จะต้องใช้ดำเนินการธุรกิจ เช่น คอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ สมมุติคุณจะทำธุรกิจโรงพิมพ์ ก็ต้องมีเครื่องจักรสำหรับงานพิมพ์ คุณต้องประเมินว่า จะใช้เครื่องจักรจำนวนกี่เครื่อง ในปริมาณที่เหมาะกับบริษัท และเหมาะกับประเภทงานที่คุณรับทำ เป็นต้น
    • ค่าใช้จ่ายในสำนักงาน ต้องวางระบบเงิน สำหรับค่าใช้จ่ายมากมายในสำนักงานด้วย เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค่าบริการทำความสะอาด เป็นต้น
    • เงินเดือนพนักงาน ธุรกิจจำเป็นต้องจ้างพนักงานที่มีความสามารถ ซึ่งคุณจะต้องประเมินเงินเดือนไว้สำหรับพนักงานด้วย จะใช้มากน้อยแค่ไหน ก็ดูที่จำนวนคนที่คุณรับเข้ามาทำงาน
    • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การดำเนินธุรกิจมันจะมีค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่น เช่น ค่าจ้างคนทำบัญชี ปิดงบบัญชี ค่าทำโฆษณา ค่าใช้จ่ายการตลาด เป็นต้น
    • ค่าธรรมเนียมต่างๆ เมื่อทำธุรกิจ หากไม่อยากรับกับความเสี่ยงที่ผิดกฎหมาย คุณอาจมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนการจัดตั้งบริษัท และการเสียภาษีตามกฎหมาย

    จากที่กล่าวมา เป็นแค่ตัวอย่างเพื่อให้ได้เห็นภาพ ซึ่งหลายคนพอได้ลองกดเครื่องคิดเลขตามดูแล้วจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ HardcoreCEO มี 3 วิธีมาแนะนำ เพื่อที่จะช่วยให้คุณ เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ให้รอดได้ในช่วงแรก

    3 วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจเมื่อมีเงินลงทุนน้อย

    1. ลดความต้องการของคุณ

    วิธีแรก คือ การลดความต้องการให้น้อยลง คุณอาจฝันในการทำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ แต่ในสภาพความเป็นจริง ถ้ายังมีเงินลงทุนน้อย ก็ควรทำแต่พอดี คิดใหญ่ได้ แต่อย่าเพิ่งทำใหญ่ ควรดูจากงบที่จำกัดด้วย เช่น หากคุณรับเป็นที่ปรึกษาเฉพาะด้าน คุณสามารถลดค่าใช้จ่ายพนักงานลงได้ โดยเริ่มต้นทำเพียงคนเดียว หรือ 2-3 คนในบริษัท หากไม่ได้ใช้พื้นที่สำนักงานมากมาย คุณอาจทำงานจากที่บ้าน เปิดบ้านเป็นบริษัทเพื่อรับงานได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองในช่วงเริ่มต้น

    อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่น พวกค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทางกฎหมาย หรือภาษี จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มเข้ามา และควรทำให้ถูกต้อง ซึ่งหากอะไรที่จำเป็นต้องจ่าย พยายามดูต้นทุนที่ประหยัดสุด แต่ก็ต้องเลือกคุณภาพด้วย เพื่อให้ธุรกิจดูดี และน่าเชื่อถือ

    2. เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ไปก่อนในช่วงแรก

    แทนที่จะก้าวเข้าสู่โหมดธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ คุณควรเปิดตัวธุรกิจของคุณ ที่ชี้เฉพาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยการจำกัดขอบเขตคนเข้าถึง เพื่อเป็นการลองตลาด และดูผลตอบรับจากลูกค้าก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของค่าใช่จ่ายเริ่มต้น หากไม่เวิร์คจะได้ปรับ Business Model ได้ทัน เพราะคุณคงไม่อยากทุ่มเงินทุนไปทั้งหมดทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าควรไปทิศทางไหน ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจยังไม่จำเป็นต้องไปเช่าออฟฟิศให้หรูหรายิ่งใหญ่ หลายคนเริ่มมาจากการเช่าห้องคอนโดในเมือง ในย่านที่ทุกคนในทีมสามารถเดินทางมาทำงาน หรือเจอกันได้สะดวกๆ ซึ่งก็มีเว็บไซต์มากมายให้ลองค้นหากันดู เช่น homethailand.net เป็นต้น

    หากเริ่มทำรายได้ได้แล้ว แนะนำให้วางแผนการลงทุนในการขยายธุรกิจ และเดินตามแผนอย่างต่อเนื่อง อย่าเพิ่งเอาเงินบริษัทออกมาใช้ส่วนตัวจนไม่มีเงินเหลือลงทุน

    3. หาแหล่งเงินทุน โดยไม่ต้องกู้

    เป็นตัวเลือกที่สามของคุณ เกี่ยวกับการหาเงินทุนจากแหล่งเงินอื่นๆ ในกรณีที่ไม่รู้จะไปลดค่าใช้จ่ายตรงไหนแล้ว  ซึ่งก็จะมีหลายช่องทางโดยที่ไม่ต้องไปกู้ธนาคาร

    • ครอบครัวและเพื่อน หากมันคือชั่วโมงเร่งด่วน จำเป็นต้องเกิดธุรกิจที่คุณหวังไว้ขึ้นมาจริงๆแล้ว คุณอาจจะขอเงินทุนช่วยเหลือจากครอบครัว หรือ เพื่อนที่คุณไว้ใจได้ ซึ่งเขาต้องเป็นคนที่พร้อมสนับสนุนความคิดของคุณ (วิธีนี้ เน้นย้ำว่า มีความเสี่ยง ต้องเป็นคนที่คุยแล้วไว้ใจกันได้จริงๆ และมองว่าจะไม่มีปัญหากันในระยะยาว)
    • หาผู้ร่วมลงทุน หากคุณคิดว่า การทำธุรกิจตัวคนเดียว มีความเสี่ยงที่ต้องรับภาระคนเดียว ลองหาผู้ร่วมลงทุน เพื่อเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในองค์กร สนับสนุนความคิดธุรกิจที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากเขาและคุณทำได้สำเร็จ ก็ต้องเกิดรายได้ร่วมกันอยู่แล้ว
    • หารายได้เพิ่ม จากความสามารถคุณเอง นั่นเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อคุณเป็นคนมีความสามารถเฉพาะด้าน โดยระหว่างที่คุณดำเนินธุรกิจ คุณสามารถรับงานอื่นๆ ที่คิดว่าสร้างรายได้ภายนอกให้คุณได้ เพื่อนำมาสมทบเป็นเงินลงทุนทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
    • เงินกู้ยืม ทางออกสุดท้าย ไม่เหมาะกับผู้ที่มีทุนน้อยและยังไม่รู้ว่าธุรกิจจะไปได้หรือเปล่า ปัจจุบันมีสินเชื่อสำหรับการทำธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งหลายธนาคารพร้อมสนับสนุนเงินลงทุนให้กับคุณ หากคุณสมบัติของคุณครบพร้อม และประวัติการทำสินเชื่อของคุณต้องดี อย่าให้ติดเครดิตบูโร จะเป็นผลดีกับธุรกิจของคุณ

    ตัวเลือกทั้ง 3 ตัวนี้ เชื่อว่าจะทำให้คุณจัดหาเงินมาลงทุนสร้างบริษัทได้ อย่าให้เรื่องเงินลงทุนอันน้อยนิด มาเป็นอุปสรรคในการขัดขวางธุรกิจในฝันของคุณ จงลงมือทำ คิดอย่างมีระบบ วางแผนให้รอบคอบ และสูญเสียเงินให้น้อยที่สุดในช่วงเริ่มต้น มันอาจจะยากในช่วงแรก แต่ถ้าคุณทำมันด้วยใจรัก พยายามทำมันให้เติบโต แม้จะมีเงินทุนอันจำกัด คุณก็สามารถเอาชนะมันได้เช่นกัน

    Image Designed by Jcomp

    ชอบเรื่องนี้แค่ไหน ให้หัวใจเราหน่อย

    หัวใจเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวด

    We are sorry that this post was not useful for you!

    Let us improve this post!

    Tell us how we can improve this post?