ช่วงนี้ในกรุงเทพฯ มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยและทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Expat ที่เข้ามาทำงาน หรือนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องย้ายตามกันมาอยู่ด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือเราจะทำธุรกิจอะไรมารองรับ Expat ดี แน่นอนว่าเราเห็นโรงเรียนนานาชาติเปิดตัวเพิ่มขึ้นเยอะมาก ทั้งความต้องการจาก Expat และคนไทยเองก็ด้วยเหมือนกัน แต่จะมีตลาดอื่น ๆ อีกไหนที่ยังมีความต้องการและน่าสนใจ
คนต่างชาติกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการแค่ที่พักหรือร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะถ้าเป็น Expat ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเวลานานๆ การใช้ชีวิตและความต้องการต่าง ๆ จะเริ่มใกล้เคียงกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จริง ๆ
ทำไมกรุงเทพฯ ถึงดึงดูด Expats มากขึ้น
ถ้ามองในมุมของคนต่างชาติ กรุงเทพฯ มีข้อได้เปรียบหลายอย่างเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ในประเทศอื่น
- ค่าครองชีพ: ถึงค่าครองชีพในกรุงเทพฯ จะแพงขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สำหรับคนที่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทต่างชาติหรือมีรายได้จากต่างประเทศ พวกค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ยังสามารถอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้
- Lifestyle: ร้านอาหาร โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ทำงาน ฟิตเนส และบริการต่าง ๆ ก็มีตัวเลือกสำหรับชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ
- การเดินทาง: ถึงแม้รถจะติด แต่ระบบ BTS ของเราก็ไม่ได้ถือว่าแย่ ยิ่งถ้าใครที่มี Slifestyle ในเมือง ก็สามารถเช่าคอนโดติด BTS แล้วนึกจะไปไหนก็ไปได้เลย แถมถ้าอยากไปหาธรรมชาติ ภูเขา ทะเล ก็สามารถขับรถออกไปได้ในไม่กี่ชั่วโมง
สำหรับใครที่กำลังสนใจทำธุรกิจเจาะกลุ่มตลาดนี้อยู่ก็อาจลองเอาข้อมูลไปประกอบการทำแผนธุรกิจดูได้เลย
ธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับตลาด Expat
1. อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า
อสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นหนึ่งในธุรกิจแรก ๆ ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากจำนวน Expat ที่เพิ่มขึ้น เพราะคนที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีที่พัก และความต้องการก็แตกต่างจากตลาดเช่าของคนไทยบางส่วน
คนต่างชาติที่มาอยู่คนเดียวอาจมองหาคอนโดใกล้ BTS หรือ MRT เดินทางไปทำงานง่าย และสามารถเดินไปร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือฟิตเนสได้
แต่ถ้าเป็นครอบครัว สิ่งที่มองหาอาจเปลี่ยนไปเป็นบ้านหรือคอนโดขนาดใหญ่ มีหลายห้องนอน ใกล้โรงเรียน มีพื้นที่สำหรับเด็ก หรือเดินทางไปโรงเรียนและที่ทำงานได้สะดวก
ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าใจตลาด Expat โดยเฉพาะก็สามารถหาโอกาสในตลาดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการ ช่วยหาห้อง หาบ้านให้ข้อมูลแต่ละย่าน ช่วยเรื่องสัญญา ประสานงานเจ้าของห้อง รวมถึงบริการหลังจากย้ายเข้าไปแล้ว
2. สถานบันเทิงสำหรับ Expat
ชาวต่างชาติหลายคนไม่ได้ต้องการแค่สถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุด แต่ยังต้องการสถานที่สำหรับใช้ชีวิตหลังเลิกงานและพบปะผู้คนเหมือนคนที่อาศัยอยู่ในเมืองทั่วไป นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พื้นที่อย่างสุขุมวิทยังคงได้รับความนิยม
ตัวอย่างเช่น Sukhumvit Soi 11 ที่มีทั้งร้านอาหาร บาร์ โรงแรม และ Nightclub ที่มีบรรยากาศค่อนข้างอินเตอร์ ทำให้ชาวต่างชาติ สามารถออกมา สังสรรค์ พับปะผู้คนใหม่ ๆ ได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นที่สำหรับ Tourist อย่างเดียว
โอกาสทางธุรกิจในกลุ่มนี้จึงกว้างกว่าการเปิด Nightclub อาจเป็น Social Club, Rooftop, กิจกรรมสำหรับคนต่างชาติ, Networking Night, Sports Bar และอีมากมาย
3. ร้านอาหารต่างชาติที่รสชาติใกล้กับต้นตำรับ
ถ้าสังเกตร้านอาหารในกรุงเทพฯ ช่วงหลัง ๆ มานี้ จะเห็นว่าร้านอาหารต่างชาติมีความหลากหลายมากกว่าเมื่อก่อนพอสมควร ไม่ใช่แค่ ญี่ปุ่น จีน หรืออิตาเลียน แต่ยังมีทั้ง อินเดีย อาหรับ แม็กซิกัน เกาหลี และอีกหลายประเทศ และสิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างคือ หลายร้านพยายามทำรสชาติให้ใกล้กับ Original มากขึ้น ซึ่งฐานลูกค้าก็มีทั้ง Expat รวมถึงคนไทยที่มีเพื่อนต่างชาติ หรือคนไทยที่อินกับการทานอาหารต่างชาติที่รสชาติ Original มีความ Authentic เหมือนประเทศนั้น ๆ
4. Outdoor Activity และกิจกรรมที่ช่วยให้คนได้พบปะกัน
อีกตลาดที่น่าสนใจคือพวกกิจกรรมและ Community เพราะชาวต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ยังต้องการสร้าง Social Circle ใหม่ ๆ ผ่านการทำกิจกรรม อย่างเช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการออกกำลังกาย แต่กลายเป็นช่องทางให้คนที่มีความสนใจคล้าย ๆ กันมาเจอกัน
ธุรกิจที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เช่น Running Club ที่อาจมีบริการเพิ่มเติมอย่างทริปเดินป่าระยะสั้นไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงการจัดกลุ่มตีกอล์ฟ โดยที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน
5. Healthy Lifestyle อาหารคลีนและ Organic
ตลาดสุขภาพเป็นอีกกลุ่มที่น่าจะโตไปพร้อมกับ Expats และคนเมืองในกรุงเทพฯ สิ่งที่น่าสนใจคือคำว่า Healthy ตอนนี้ไม่ได้หมายถึงการเปิดร้านขายสลัดอย่างเดียวแล้ว แต่ยังแตกออกไปได้ตั้งแต่ Organic Coffee, Plant-based Food, วัตถุดิบ Organic, น้ำผลไม้แบบ Cold-Pressed ไปจนถึงร้านอาหารที่สามารถเลือกแคลอรี โปรตีน หรือส่วนประกอบของอาหารได้ค่อนข้างชัดเจน
ร้านอย่าง Get Fresh หรือ Salad Factory เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าร้านอาหารแนวนี้ไม่ได้จับเฉพาะลูกค้าต่างชาติ แต่สามารถตอบโจทย์คนทำงานในกรุงเทพฯ ที่สนใจสุขภาพได้พร้อมกันด้วย
ธุรกิจที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ธุรกิจที่ขายให้ Expat อย่างเดียว แต่เป็นธุรกิจที่ความต้องการของ Expat กับคนไทยมาบรรจบกัน เพราะถ้าจะลงทุนทำธุรกิจจริงจังในบางธุรกิจ ก็อาจพึ่งรายรับจากชาวต่างชาติอย่างเดียวไม่ได้เหมือนกัน การหา Balance ให้เจอน่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าต้นทุนไม่เยอะ และ Location ร้านอยู่ในจุดที่ 90% เป็น Expat คำนวณแล้วถ้าโฟกัสที่ Expat เป็นหลักน่าจะรอดมากกว่า ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีเหมือนกัน ไม่มีถูก ไม่มีผิด
