ประโยชน์ของการมีเว็บไซต์ธุรกิจมากกว่า 1 เว็บไซต์

ประโยชน์ของการมีเว็บไซต์ธุรกิจมากกว่า 1 เว็บไซต์

อัพเดทผ่าน LINE

หรือปรึกษาเราเรื่องธุรกิจ

ติดตาม Facebook

อย่าลืมกด See First ด้วยนะครับ

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้ว่าเว็บไซต์คืออะไร และโดเมนคืออะไร เพราะทุกธุรกิจที่จะกระโดดเข้ามาเล่นบนช่องทางออนไลน์แทบจะต้องมีเว็บไซต์กันหมดแล้ว แต่หากใครยังไม่รู้ลองกลับไปอ่าน โดเมนเนมคืออะไร .. เมื่อมีเว็บไซต์แล้ว หลายคนถามต่อว่า เว็บไซต์ธุรกิจ สามารถมีมากกว่า 1 เว็บไซต์ได้ไหม หรือควรมีเว็บไซต์เดียว โดเมนเดียว จะดีกว่า

ค่อนข้างจะตอบคำถามนี้ยาก เพราะมันอยู่ที่จุดประสงค์ เหตุผล และเป้าหมายของธุรกิจ โดยในบทความนี้เราขอมาแชร์ประโยชน์ของการมี เว็บไซต์ธุรกิจ มากกว่า 1 เว็บไซต์ หากใครพบว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ ก็เริ่มจดโดเมน และสร้างอีกเว็บไซต์ได้เลย

แน่นอนว่าการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ พร้อมเลือกชื่อโดเมนจะที่ใช้สำหรับธุรกิจ มีความสำคัญต่อการทำการตลาด และเป็นที่จดจำในกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่า การที่เรามีโดเมนเดียว ย่อมบริหารจัดการง่ายกว่าหลายๆ โดเมน หลายๆ เว็บไซต์อยู่แล้ว แต่ทำไมถึงบางธุรกิจเลือกที่มีมีหลายเว็บไซต์ โดยที่แต่ละเว็บไซต์ก็ใช้ชื่อโดเมนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ..

4 ประโยชน์ของการมี เว็บไซต์ธุรกิจ มากกว่า 1​ โดเมน

มาดูกันว่าการมีเว็บไซต์ธุรกิจหลายๆ โดเมนมีอะไรบ้าง

สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้เฉพาะ Segment

สำหรับบางธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าที่กว้าง เช่น ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน การมีเว็บไซต์แยกสำหรับ 2 Segments นี้อาจเป็นประโยชน์ในการสื่อสารด้านการตลาด เพราะคุณอาจจะสร้างเว็บไซต์ A สำหรับกลุ่มวัยรุ่น โดยออกแบบดีไซน์ให้เข้ากับกลุ่มนี้ เขียนเนื้อหาต่างๆ ให้เข้ากับสิ่งที่วัยรุ่นต้องการเพื่อกระตุ้นความต้องการในตัวสินค้า หรือบริการมากขึ้น ในขณะที่สร้างเว็บไซต์ B สำหรับกลุ่มวัยทำงาน เขียนเนื้อหาต่างๆ ให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับรู้ว่าสินค้านี้เหมาะสำหรับเขา

ไอเดียนี้เหมือนกับหลายๆ สินค้าที่เราเห็นทั่วไป ที่ถูกผลิตจากบริษัทเดียวกัน แต่ออกมา 2 แบรนด์ หรือมากกว่า เพื่อตีตลาดที่ต่างกัน หากจะยกตัวอย่างให้ชัดๆ ก็อาจจะเป็นบริษัท Unilever ที่มีแชมพูทั้งแบรนด์ Clear, Sunsilk และอีกมากมาย รวมถึงสินค้าอื่นๆ ด้วย เช่นเดียวกันกับบริษัท P&G ก็จะแยกสินค้าออกมาเป็นหลายแบรนด์ เพื่อให้เหมาะกับจุดเด่น คุณสมบัติ และตรงกลุ่มเป้าหมาย

โดยเราก็สามารถใช้ไอเดียนี้มาประยุกต์ใช้กับช่องทางออนไลน์ และเว็บไซต์ได้

ประโยชน์ด้าน Branding และสิทธิ์ในการครอบครอง

บางแบรนด์ที่มีหลายธุรกิจในเครือ หรือแบรนด์ย่อยๆ ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะนำชื่อแบรนด์เหล่านั้น หรือบริษัทเหล่านั้นมาจดโดเมน เพื่อป้องกันสิทธิ์ในการใช้ชื่อโดเมนนั้นๆ

เพราะโดเมนเว็บไซต์ใครจะเป็นเจ้าของก็ได้ เพียงแค่ไปจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ต้องการและทำการเช่า ซึ่งเมื่อมีคนเช่าชื่อโดเมนนั้นแล้ว คุณก็จะไปใช้ซ้ำไม่ได้

ดังนั้น เพื่อป้องกันคนอื่นไปจดชื่อโดเมนที่ตรงกับชื่อแบรนด์ หรือชื่อบริษัทของคุณ คุณควรไปจดทะเบียนไว้เพื่อถือสิทธิ์ในการครอบครองไว้ก่อน

ที่สำคัญ​ หากคุณวางแผนว่าในอนาคตอาจจะแตก Product Line หรือธุรกิจอื่นเพิ่ม โดยใช้ชื่อแบรนด์หลักนำหน้า ให้จดชื่อโดเมนนั้นไว้ก่อนเลยก็ได้ เช่น แบรนด์หลักชื่อ ABC อาจจะจดโดเมนเพิ่มในชื่อ ABC Design (บริการออกแบบภายใน) ABC Warehouse (บริการโกดังให้เช่า) เป็นต้น

ประโยชน์ทางด้าน​ SEO

ในปัจจุบัน Google พยามเลือกเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่สุด มาขึ้นแสดงบน Google หน้าแรก ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ Google จะเอามาพิจารณาก็คือการดูว่าเว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

หากเว็บไซต์มีกลุ่มเป้าหมาย และสินค้า (Product Line) ที่กว้าง เช่น เว็บไซต์ขายตู้ที่ขายตั้งแต่ตู้รองเท้าไปจนถึงตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง แบบนี้ Google ก็อาจจะมองว่าเว็บไซต์นี้ขายตู้ แต่อาจจะมองไม่ชัดว่าขายตู้อะไรบ้าง เพราะมี Keyword กว้างไปหมด

ดังนั้น หากเราสร้างแยกเป็น 2 เว็บไซต์ธุรกิจ เช่น เว็บไซต์ A ขายเฉพาะตู้รองเท้า และเว็บไซต์ B ขายเฉพาะตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง โดยแต่ละเว็บไซต์ ก็เน้นเขียนคอนเทนต์ที่มี Keyword เกี่ยวข้องกับตู้นั้นๆ ไปเลย ก็จะทำให้ Google มองชัดขึ้นว่า เว็บไหนเชี่ยวชาญอะไร ทำให้มีโอกาสสูงในการที่จะแสดงอันดับบน Google ในตำแหน่งที่ดีขึ้น

ในรายละเอียด SEO อื่นๆ มีอีกมากมาย อาจลองให้ SEO Specialist ในองค์กร หรือ Outsource เข้ามาช่วยดูเพิ่มเติม

Related Posts

  1. seo specialist คือ ผู้เชี่ยวชาญ SEO
  2. การตลาดออนไลน์ คือ Online Marketing คือ Digital Marketing

โปรโมทสินค้าข้ามโดเมนตัวเอง

ไอเดียของประโยชน์ข้อนี้คือการลงโฆษณาข้ามโดเมนของคุณเอง เช่น เอาสินค้าของเว็บไซต์ A ไปลงโฆษณาแบนเนอร์บนเว็บไซต์ B ในขณะที่เอาโฆษณาสินค้า B ไปลงบนเว็บไซต์ A

เช่น หากเว็บไซต์ A ขายตู้รองเท้า และเว็บไซต์ B ขายตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง คุณอาจลองหาสินค้าที่ใกล้เคียงกันของ 2 เว็บไซต์นี้ ที่กลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์นั้นอาจสนใจ และนำไปแลกกันลงโฆษณาบนแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งทั้ง 2 เว็บไซต์ก็เป็นของคุณเอง ก็จะสามารถช่วยประหยัดงบโฆษณาได้

สิ่งที่ต้องดูให้ดีสำหรับวิธีนี้คือต้องเลือกสินค้าที่กลุ่มเป้าหมายของแต่ละเว็บไซต์มีโอกาสสนใจจริงๆ เพราะหากคุณเอา ตู้เก็บเครื่องมือช่างแนวโรงงานไปลงโฆษณาบนเว็บขายตู้รองเท้าที่เหมาะกับการใช้ในที่อยู่อาศัย ก็คงไม่มีใครสนใจ อาจจะต้องเลือกตู้เก็บเครื่องมือที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน ขนาดเล็กกระทัดรัด เป็นต้น และที่สำคัญ ประโยชน์ข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเว็บไซต์ของคุณมี Traffic หรือผู้ใช้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์มากพอ

คำแนะนำในการเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ธุรกิจหลายๆ เว็บไซต์

จาก 4 ข้อด้านบน หากคุณเริ่มเห็นว่าการมี เว็บธุรกิจ หลายๆ เว็บน่าจะสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้ ก็มาลองดูคำแนะนำในการเริ่มต้นกันเลย

อย่าเพิ่งเริ่มใหญ่โต

อย่าเพิ่งตื่นเต้นกับไอเดียการสร้างเว็บไซต์หลายๆ เว็บแล้วไปกระหน่ำจดโดเมนเต็มไปหมด เพราะอย่าลืมว่าเมื่อจดแล้ว คุณต้องจ่ายค่าเช่าทุกๆ ปี ดังนั้นหากงบไม่เยอะ หรือยังไม่อยากมีภาระมากเกินไป ลองค่อยๆ เริ่มดีกว่า

เริ่มจากการคิดก่อนว่ามีโดเมนอะไรบ้างที่จำเป็น เช่น หากมีใครจดชื่อนี้ไปคุณอาจจะเสียโอกาสในการใช้ประกอบธุรกิจได้สูง หากมีก็เริ่มจดจากโดเมนเหล่านี้ หลังจากนั้นลองดูต่อว่าธุรกิจของคุณในปัจจุบันจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องแตกเป็นเว็บไซต์ย่อยออกมา หรืออนาคตมีแผนที่จะแตกออกมาสำหรับ Product Line ใหม่ๆ บ้างไหม

ลองเริ่มจาก 2-3 โดเมน แล้วค่อยๆ ทำดูก่อนว่าจะได้ใช้ประโยชน์จริงหรือเปล่า สามารถบริหารได้จริงไหม และหากรู้สึกว่ามันเวิร์ค บริการได้ไม่เหนื่อย ก็ค่อยๆ เปิดเพิ่มอีกทีละ 2-3 โดเมน

เริ่มจากชื่อโดเมนที่ว่าง และไม่มีใครครอบครอง

บางโดเมนที่ชื่อสวยๆ อาจมีคนที่จดทะเบียนเช่าไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน โดเมนเหล่านั้นก็อาจเปิดโอกาสให้คนอื่นที่สนใจเข้าไปเสนอประมูล ซึ่งราคานั้นจะสูงกว่าโดเมนทั่วไปที่ยังไม่มีใครครอบครองมาก

เช่นปกติหากเราจดโดเมนที่ว่าง ยังไม่มีใครครอบครอง อาจจะอยู่ที่ 500 บาทต่อปี แต่การที่จะไปประมูลโดเมนที่มีเจ้าของแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายในการประมูลเพิ่มขึ้น อาจจะหลักหมื่น หลักแสน หรือล้านก็เป็นได้

ดังนั้นเริ่มต้นจากการจดชื่อโดเมนที่ยังว่างอยู่ อย่างเพิ่งไปประมูล หรือขอซื้อโดเมนที่มีคนครอบครองแล้ว

Redirect เว็บไซต์ให้ถูกวิธี ไม่กระทบต่อ SEO

การ Redirect หมายถึง เดิมคุณมีหน้า website.com/11 แต่คุณต้องการลบหน้านี้ทิ้ง โดยย้ายเนื้อหาไปอยู่ที่หน้า website.com/22 ก็จะต้องทำการ Redirect หน้า website.com/11 ไปที่หน้า website.com/22 เพื่อที่เวลาผู้ใช้เข้ามาที่หน้า website.com/11 หลังจากลบทิ้งแล้ว จะได้ไป Land ที่หน้า website.com/22 โดยอัตโนมัติ แทนการไปหน้า Error 404

หากคุณมีเว็บไซต์เดิมอยู่ ชื่อ ABC.com ขายตู้สารพัดตู้ โดยมีหลาย Keyword ได้ติด SEO หรือติดหน้าแรก Google แล้ว แต่คุณอยากแยกสินค้าออกเป็นเว็บไซต์ A สำหรับตู้รองเท้า และเว็บไซต์ B สำหรับตู้เก็บเครื่องมือช่าง โดยหน้าที่เกี่ยวข้องกับตู้รองเท้า และตู้เก็บเครื่องมือช่างบน ABC.com ก็จะเอาออกด้วย

สิ่งที่ควรต้องทำเพื่อไม่ให้ตำแหน่ง SEO ที่ติดอยู่บนหน้า Google เดิมหายไป คือการทำ Redirect หน้าหน้าเก่าบนเว็บไซต์ ABC.com ไปที่หน้าใหม่บนเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งการทำ Redirect ที่ถูกต้องคือ “301 Redirect” เท่านั้น หากทำ Redirect อื่นที่ไม่ใช่ 301 Redirect ตำแหน่ง SEO เดิมจะหายทันที

เช่น หน้าเดิมเป็น ABC.com/ตู้รองเท้า โดยจะย้ายไปโดเมนใหม่ เป็น A.com/ตู้รองเท้า คุณก็ต้องทำ 301 Redirect จาก ABC.com/ตู้รองเท้า -> A.com/ตู้รองเท้า

ซึ่งหากคุณเป็นเจ้าของกิจการ แนะนำว่าไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องนี้ให้มาก เพียงแค่เข้าใจคอนเซปต์พอ แล้วไปคุยต่อกับฝ่าย IT หรือ Programmer ที่ดูแลเว็บไซต์

สำหรับคนที่อยากขายของออนไลน์ เว็บไซต์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการขยายธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะมีแค่ Social Media คงไม่พอ ซึ่งหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ครับ

หากคุณชอบบทความนี้ และเรื่องราวธุรกิจในยุคดิจิทัลแบบนี้ สามารถเข้ามาที่ www.hardcoreceo.co ได้ทุกสัปดาห์ (หรือค้นหา HardcoreCEO บน Google)

และที่สำคัญ Follow เราบน Facebook HardcoreCEO พร้อมกด See First เพื่อรับบทความธุรกิจสดๆ ร้อนๆ ก่อนใครจาก HardcoreCEO ด้วยนะครับ

Reference: entrepreneur

ชอบเรื่องนี้แค่ไหน ให้หัวใจเราหน่อย

หัวใจเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวด

แชร์บทความนี้! อาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

ติดตามเราบน Facebook

เราขอโทษด้วยที่โพสต์นี้ไม่ดีพอสำหรับคุณ

รบกวนขอ Feedback เพื่อให้เราได้ปรับปรุงนะครับ