การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ควรเลี่ยงไม่ให้ 8 สิ่งนี้เกิดขึ้น

การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ควรเลี่ยงไม่ให้ 8 สิ่งนี้เกิดขึ้น

อัพเดทเรื่องราวธุรกิจที่ไม่ควรพลาด


    อัพเดทผ่าน LINE

    หรือปรึกษาเราเรื่องธุรกิจ

    ติดตาม Facebook

    อย่าลืมกด See First ด้วยนะครับ

    การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจไม่ได้เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ในเวลาสั้นๆ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จหลายคนมีนิสัยคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเท มีวินัย มีวิสัยทัศน์ มีความฝัน เชื่อในความฝัน และทำฝันให้เป็นจริง ไม่อยู่ในกรอบ และพาตัวเองออกจาก Comfort Zone อยู่เสมอ

    และยังมีอีกหลายสิ่งที่คนเหล่านี้พยามเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองเลย เช่น การอยู่ในภาวะสับสน ไม่สามารถตัดสินใจได้ ความไม่จริงใจในการทำงาน ไปจนถึง Toxic Environment และ Toxic Relationship เพราะเค้ารู้ว่าหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น จะทำให้เกิดผลเสียกับธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากบางอย่างสามารถส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ กระทบไปถึงความสามารถในการบริหารงานได้

    HardcoreCEO จึงอยากพาคุณมาลองดูกันว่า 8 สิ่งที่ผู้บริหาร หรือผู้ประกอบการเก่งๆ จะเลี่ยงไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง

    8 สิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในชีวิต ของผู้ประกอบการ และผู้บริหาร

    1. ความสับสน ไม่สามารถตัดสินใจได้

    การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริหาร ไม่ควรปล่อยให้ Moment นี้เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะคุณคือหัวเรือใหญ่ ที่คอยกำหนดทิศทาง ดังนั้นความสามารถในการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเกิดความสับสนเวลาต้องตัดสินใจ โดยเฉพาะต่อหน้าทีมงาน

    ซึ่งหากเราสังเกตดูดีๆ แทบไม่มี CEO หรือ ผู้บริหารเก่งๆ คนไหนเลยที่แสดงความสับสนเวลาจะต้องตัดสินใจ เพราะเค้ารู้ว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดผลเสียกับธุรกิจอย่างมากแน่นอน และบางครั้ง

    การหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้คือคุณต้องหาความรู้ให้เยอะ ตุนข้อมูลไว้ให้มาก ตั้งคำถาม (ก่อนที่คนอื่นจะถาม) และหาคำตอบตลอด เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมเยอะๆ และมี Data ในหัว.. เมื่อต้องตันสินใจอะไรสำคัญๆ จะทำให้คุณมั่นใจ และเฉียบขาดมากขึ้น

    นอกจากนี้ ต้องเตรียมร่างกายตัวเองให้พร้อม เช่น หากคุณรู้ว่าถ้านอนน้อย ปาร์ตี้หนัก วันต่อมาจะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ก็ต้องพยามเลี่ยงกิจกรรมต่างๆ ที่บั่นทอนความสามารถในการทำงาน

    2. ไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ

    ความโกรธ หรืออาการหงุดหงิดมักจะมาจากปัญหาในตัวงาน หรือพนักงานทำงานไม่ตรงเป้า ซึ่งไม่เพียงส่งผลเสียต่อตัวคุณ การทำงานของคุณ​ แต่รังสีความโกรธยังสามารถกระจายไปยังทีมงานคนอื่นๆ ในบริษัทได้ด้วย ส่งผลให้บรรยากาศในการทำงานดูอึดอัด

    เป็นเรื่องปกติที่เราจะหงุดหงิดบ้าง แต่ถ้าเป็นนานๆ หรือไม่ควบคุม อารมณ์เหล่านี้จะทำให้การทำงานของคุณมีปัญหา ไม่โฟกัส ไม่สามารถติดสินใจได้มีประสิทธิภาพ

    Related Posts

    1. whistleblower whistleblowing ในบริษัท
    2. cloud computing คือ อะไร มีกี่ประเภท ข้อดี ข้อเสีย
    3. ไอเดียสตาร์ทอัพ หา ไอเดีย startup

    เวลาเจอปัญหาที่ทำให้คุณโกรธ สิ่งที่ควรทำคือ เก็บอารมณ์ แล้วไปแก้ปัญหานั้นซะ อย่าโวยวาย อย่างเพิ่งไปว่าใคร แต่ถ้าไม่มี Mood ที่จะแก้ปัญหาจริงๆ อย่างน้อยจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ได้

    3. Toxic Relationship

    หากคุณมีสิ่งแวดล้อมรอบตัวดี ก็จะช่วยพาให้คุณเจออะไรดีขึ้น อย่างน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นแหละ แต่หากคุณอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็น Toxic หรือเป็นพิษ สิ่งเหล่านั้นก็จะดึงคุณลง

    สังคม และความสัมพันธ์ที่เป็น Toxic อาจเกิดขึ้นได้กับคนรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน พนักงาน หรือเพื่อนสนิท ซึ่งหากเราไม่รีบจัดการ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณหมดพลังในการทำงาน การคิดงาน และอาจเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ

    Toxic Relationship หรือความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ คือความสัมพันธ์ที่ส่งผลให้เราเหนื่อยล้า หมดพลัง เซ็ง ทั้งกายและจิตใจ ถือเป็นความสัมพันธ์เชิงลบที่บั่นทอนการทำงาน และการใช้ชีวิตของเรา

    ผู้ประกอบการ และผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะพยามเลี่ยง Toxic Relationship แต่ไม่ได้หมายถึงจะต้องตัดความสำพันธ์เลย เพียงแต่ต้องมีระยะห่าง และรู้ว่าจะคุยได้แค่ไหนกับคนเหล่านี้ รวมถึงอาจจะต้องเลือกที่จะเป็นคนควบคุมบทสนทนา เพื่อเลี่ยงให้คนเหล่านั้นเริ่มบทสนทนาที่เป็น Toxic

    4. ความไม่จริงใจ

    ผู้บริหารเก่งๆ และเป็นที่ยอมรับล้วนให้ความสำคัญกับความจริงใจต่อทุกคน (Stakeholder) ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงลูกค้า เพราะความจริงใจคือส่งผลต่อเครดิตของคุณ

    บางคนอาจคิดว่า ในการทำธุรกิจมันก็ต้องมีบางเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องจริงใจ เพื่อให้บริษัทได้รับผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นในบางกรณี แต่หากลูกค้าจับได้ ลูกน้องจับได้ เพื่อร่วมงานจับได้ คุณจะกลายเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารที่ไม่มีเครดิตเหลืออยู่เลย .. จะคุณจะยอมแลกผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ กับเครดิตของตัวเองจริงเหรอ?

    หากต้องการขยายธุรกิจให้โตขึ้น คุณจำเป็นต้องได้รับการสนุบสนุนที่ดีจากทีมงาน ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยหากคุณไม่จริงใจ แม้แต่กับเรื่องเล็กๆ

    5. ท้อแท้ ยอมแพ้

    สิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คือ ความอดทน และความต่อเนื่อง .. ถึงแม้คุณจะมีเงินเยอะ ความรู้เยอะ เรียนจบมาหลายปริญญา แต่ไม่มีความต่อเนื่อง ทำอะไรแบบแตะๆ ผิวๆ ยอมแพ้ง่ายๆ ยังไงก็ประสบความสำเร็จได้ยาก

    การทำธุรกิจ หรือการเป็นผู้บริหาร ต้องพร้อมสู้กับทุกเรื่อง ซึ่งสิ่งนี้แทบจะต้องอยู่ในสายเลือดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมันจะมีปัญหามากมายเข้ามาให้คุณได้เจอ และไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเป็นไปตามที่คุณคาดหวัง

    แต่ในบางครั้งการยอมแพ้เป็นเรื่องที่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ในบางกรณีที่คุณได้ลองสู้ดูแล้วทุกทาง จนสุดท้ายรู้ว่าหากสู่ต่อไปมันจะเริ่มกลายเป็นการ “ฝืน” หรือ “รั้น” แบบนี้ก็อาจจะต้องหยุด หรือพิจารณาแนวทางอื่น

    6. การอยู่ใน “ค่าเฉลี่ย” ถือว่ายังไม่ดีพอ

    การที่อยู่ใน “ค่าเฉลี่ย” ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยของผลประกอบในอุตสาหกรรม หรือจะเป็นค่าเฉลี่ยในสั่งคม อาจจะเป็น Safe Zone ของใครหลายคน

    แต่สำหรับผู้ประกอบการที่มี Passion แรงๆ และต้องการประสบความสำเร็จ การอยู่ในค่าเฉลี่ยอาจไม่เพียงพอ

    คนเหล่านี้จะผลักดันตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เป็นประจำ หากผลลัพธ์อะไรออกมาดีแล้ว ก็จะทำให้มันดีกว่าเดิม เพิ่ม Challenge ให้ตัวเองเป็นประจำ เพื่อให้ธุรกิจยืนหนึ่งในตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืน

    การที่ธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการ หรือผู้บริหารต้องมองให้ไกลกว่าแค่ “ค่าเฉลี่ย” เพราะการที่คุณอยู่ที่ค่าเฉลี่ย หมายความว่า มันมีสิ่งที่ดีกว่านี้ และสิ่งที่แย่กว่านี้ คุณก็แค่อยู่ระหว่างกลาง ธุรกิจจะโตได้ คุณต้องเป็น “ผู้นำในตลาด” เริ่มต้นจากการตั้งเป้าให้ธุรกิจเป็น Top 10, Top 5 และ Top 3

    7. ปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ

    เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่เฉยๆ ให้รู้สึกเบื่อ เพราะมีอะไรให้คิด ให้ทำตลอดเวลา และจะไม่ค่อยหยุดคิด หยุดลงมือทำ ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ใน Comfort Zone ในขณะที่ตัวเองยังมีแรง และความสามารถทำการผลักดันธุรกิจให้เติบโต

    ผู้บริการธุรกิจเก่งๆ จะคิด และวางแผนเสมอว่ามีอะไรบ้างที่ทำได้ตอนนี้เลยทันที และมีอะไรบ้างที่ต้องทำต่อไป ซึ่งก็จะลงมือทำตามนั้นโดยไม่รอช้า

    แต่อย่างไรก็ตาม การแบ่งเวลาให้ตัวเอง ในการดูแลสุขภาพ ใช้เวลากับเพื่อน และครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน งานหนักแค่ไหนก็ต้องแบ่งเวลาให้ได้

    A man who doesn’t spend time with his family can never be a real man. (Don Coleone, จากหนังเรื่อง The Godfather)

    นอกจากการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด คนเหล่านี้จะ “ไม่บ่น” และไม่ปล่อยให้พลังด้านลบเข้ามาคุกคามตัวเอง เช่น หากเจออะไรที่ไม่ชอบ ก็จะหาวิธีแก้ปัญหาทันที หากมีเรื่องที่ขัดใจกับใครก็จะรีบเคลีย แต่ถ้าเคลียไม่ได้ก็จะรีบปล่อยมันไปไม่เอามาคิดต่อนาน เพราะสิ่งเหล่านี้ถ้าปล่อยไปนานๆ จะเกิด Toxic Environment ซึ่งแย่พอๆ กับ Toxic Relationship

    8. คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเอง

    ผู้บริหารบางคนมักหลงในตำแหน่งและหัวโขนของหน้าที่การงานตัวเอง และมองว่าตัวเองคือศูนย์กลางขององค์กร แต่จริงๆ แล้ว การทำธุรกิจ และการบริหารธุรกิจนั้นโลกไม่ได้หมุนรอบคุณเลยแม้แต่นิดเดียว

    หากไม่มีทีมงานคุณภาพ ธุรกิจของคุณจะดำเนินการได้ไหม? หากคุณไม่ไปเข้าใจความต้องการของลูกค้า คุณจะสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการได้หรือเปล่า?

    ความคิด หรือพฤติกรรมที่สะท้อนถึงความรู้สึก “โลกหมุนรอบตัวเรา” คือจุดเริ่มต้นของความล้มเลวทางธุรกิจ และการบริหารงาน

    แน่นอนว่าในการทำงาน คุณต้องมีความมั่นใจ สามารถทำให้คนอื่นเชื่อ และเดินตามได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ หากคุณเริ่มจากการเข้าใจอื่นรอบๆ ตัว ไม่ใช่ให้คนรอบๆ ตัวมาเข้าใจตัวเอง

    Reference: time, entrepreneur

    ชอบเรื่องนี้แค่ไหน ให้หัวใจเราหน่อย

    หัวใจเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวด

    We are sorry that this post was not useful for you!

    Let us improve this post!

    Tell us how we can improve this post?