สังคม Toxic ในที่ทำงาน และการรับมือกับ Toxic Workplace ในฐานะหัวหน้างาน

สังคม Toxic ในที่ทำงาน และการรับมือกับ Toxic Workplace ในฐานะหัวหน้างาน

อัพเดทผ่าน LINE

หรือปรึกษาเราเรื่องธุรกิจ

ติดตาม Facebook

อย่าลืมกด See First ด้วยนะครับ

มนุษย์เราใช้เวลา 1 ใน 3 ของวันหรือมากกว่านั้นไปกับการทำงาน โดยส่วนสำคัญที่จะส่งผลว่างานมีแนวโน้มจะออกมาดีหรือไม่ก็คือสังคมที่ทำงาน.. ซึ่งหากสังคมการทำงานมีความ Toxic (Toxic Workplace) ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับคน Tocix (Toxic People) หรือบรรยาการการทำงานที่ Toxic (Toxic Environment) ก็ย่อมส่งผลกับทั้งตัวงาน พนักงาน และบริษัทในหลายมิติ

ซึ่งผลจากการทำงานใน Toxic Workplace นั้นอาจเป็นอาการที่หลายคนก็เคยเผชิญ เช่น อาการ Burnout, Bully, การรู้สึกมี Work-life Balance ที่ไม่สมดุล หรือการมีปัญหาที่พูดที่ไม่สะดวกใจ ที่ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟังในที่ทำงาน คุณในฐานะหัวหน้างาน เจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารอาจเป็นได้ทั้งผู้แก้ปัญหา ให้กับเหตุการณ์เหล่านี้ หรือในอีกทางหนึ่ง คุณเองก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

Checklist สัญญาณที่บ่งบอกว่าสังคมที่ทำงานมีแนวโนมเป็น Toxic Workplace

  1. พนักงานรู้สึกกลัว หรือ รู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็นหรือพูดสิ่งที่อยู่ในใจกับทีมหรือหัวหน้า
  2. หัวหน้าชอบถามเกี่ยวกับงานของพนักงานแบบไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เพื่อหาโอกาสตำหนิวิจารณ์
  3. พนักงานไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยหรือรายงาน HR เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น
  4. ในการประชุม การพูดคุยเป็นไปในทิศทางเดียวคือจากหัวหน้าสู่ลูกน้อง
  5. คำพูดที่สร้างความไม่สบายใจมีมากกว่าคำพูดให้กำลังใจหรือสนับสนุน
  6. ความเห็นหรือข้อเสนอใหม่ๆ มักถูกปัดตก
  7. หากมีความผิดพลาด คนในทีมมีแนวโน้มที่จะถามหาว่าปัญหามากจาก “ใคร” มากกว่า “อะไร” คือ สาเหตุของปัญหา และอะไรคือทางออกของปัญหา
  8. มีการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ทำให้พนักงานเกิดความไม่สะบายใจ
  9. พนักงานลาออกบ่อย

Related Posts

  1. การเป็นผู้ประกอบการ คือ หมายถึง บทเรียน
  2. whistleblower whistleblowing ในบริษัท

หากคุณรู้สึกว่าคุณกำลังอยู่ในสังคมการทำงานที่เข้าข่ายลักษณะเหล่านี้ล่ะก็ อย่าพึ่งกดปิด ลองมาทำความเข้าใจถึงปัญหาที่สำคัญนี้กันก่อนดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณคือหัวหน้างาน หรือเจ้าของกิจการแล้วละก็ คุณมีส่วนสำคัญที่จะช่วยจัดการปัญหาเหล่านี้ และทำให้สภาพแวดล้อมในที่ทำงานของคุณ เป็นมิตรมากขึ้น

วิธีการรับมือกับสังคม Toxic ในทีทำงาน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสังคมการทำงาน Toxic อาจเกิดได้จากปัจจัยหลัก 2 ประการคือ “คน” เช่น การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน และ “งาน” เช่น ระบบการทำงานที่ไม่เปิดรับความคิดเห็นใหม่ หรือ งานที่หนักจนเกินไป ซึ่งนำไปสู่วิธีรับมือได้ดังนี้

  1. หาต้นตอที่ก่อให้เกิด Toxic Workplace

    ตรวจสอบว่าความ Toxic มาจากไหน ปัญหาคืออะไร ตัวคุณ? งาน? หรือลูกน้อง โดยอาจทำได้ผ่านการถามตรงๆ หาโอกาสพูดคุยกับพนักงานของคุณ หรือ ถามอ้อมๆ เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจที่จะพูดมากที่สุด เช่น การทำแบบสำรวจแบบไม่ระบุชื่อ เป็นต้น

  2. แก้ไขที่ตัวหัวหน้างาน

    หากต้นตอของ Toxic Workplace มาจากตัวคุณ ลองค่อยๆ หาสาเหตุว่านิสัยหรือพฤติกรรมอะไร ที่ทำให้พนักงานไม่สบายใจ โดยหากปรับได้คุณควรปรับโดยอาจเริ่มจากค่อยๆ ปรับทีละนิด แต่หากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปรับได้จริงๆ อาจลองหาตรงกลางระหว่างคุณและพนักงาน

    แน่นอนว่าการพูดคุยสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยหนึ่งในลักษณะของหัวหน้าที่หลายคนอยากทำงานด้วยคือการเข้าถึงได้ง่าย หรือ Approachable แม้คุณจะไม่อาจปรับทุกอย่างได้ตามที่ลูกน้องต้องการ แต่การที่ลูกน้องสามารถเข้าถึงคุณได้ พูด บอกกล่าวสิ่งต่างๆ ได้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีของสังคมการทำงานที่ไม่ Toxic เช่น การจัดทำ Feedback Form เป็นต้น

  3. แก้ไขที่ตัวงาน

    หากปัญหาของสังคมออฟฟิศที่เป็นพิษ มาจากงาน ลองทบทวนเนื้องานอีกครั้ง ว่างานที่คุณมอบหมายไปง่ายหรือยากเกินไปไหม งานที่ทำอยู่เยอะเกินไปรึเปล่า ทีมงานขาด Work-life Balance หรือไม่ หากใช่ ควรลองพูดคุยกับทีม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และหาทางออกร่วมกันอย่าปล่อยให้ความเครียดสะสม จนงานพรากความสุขในชีวิตประจำวันคุณและทีมไป อาจทำได้โดยการเปลี่ยนวิธีแบ่งงาน เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เป็นต้น

    หรือในอีกมุมหนึ่ง หากงานทุกอย่างมีระบบที่ดีแล้ว แต่หนักงานยังรู้สึกว่างานยากเกิน เยอะเกิน คุณอาจต้องลองกลับมาดูว่าคุณได้ Put the right man on the right job แล้วหรือเปล่า

  4. แก้ที่ตัวคน

    หากปัญหามาจากคน หรือพนักงาน คุณคือคนที่สำคัญที่ควรเข้าไปพูดคุยหาทางแก้ไขขจัดปัญหาต่างๆ ภายในทีม สอดส่องดูพฤติกรรมของสมาชิกภายในทีม สังเกตปัญหาที่อาจซุกซ่อนอยู่ หลายครั้งคนเราอาจไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลัง Toxic ใส่คนอื่น

    คุณในฐานะหัวหน้างานอาจ จัดการได้โดยการลองพูดคุยหรือหาวิธีแจ้งให้เขาเหล่านั้นทราบถึงความ Toxic นั้นโดยที่ยังรักษาความรู้สึกเขาอยู่ ดังนั้น สิ่งที่คุณทำได้คือการหาวิธีพูดคุย กับสมาชิกแต่ละคนเพื่อสังเกตปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่และเพื่อจัดการปัญหาเหล่านั้น ไม่ให้บานปลายได้ทันท่วงที

    อีกวิธีหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้พนักงานเป็น Whistleblower เพื่อเป็นหูเป็นตาในบริษัท

ความสำคัญของการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีในที่ทำงาน

จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้ สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงาน ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของการทำงานเป็นทีมด้วย

อย่างแรกเลย ความสุขของพนักงานส่งผลโดยตรงกับผลลัพธ์ของงาน พนักงานที่มีความสุข ทำงานแล้วได้คำชมย่อมส่งผลให้มีความกระตือรือร้นอยากทุ่มเทให้กับทำงาน และมีความอดทน พร้อมรับแรงกดดันต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น

สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีย่อมทำให้พนักงานอยากอยู่ต่อกับบริษัทนานๆ โดยไม่ต้องมาจากการที่พยายามบังคับ หรือออกกฎต่างๆ ให้พนักงานจงรักภักดี ซึ่งพนักงานจะรักบริษัทได้ก็มาจากที่บริษัทเองก็ได้ให้อะไรกับพนักงานมากกว่าแค่เงินเดือน เหตุผลในการเลือกงานของหลายคนมาจากทั้ง เนื้องาน เงินเดือน และสังคมการทำงาน แม้งานจะสนุก เงินเดือนเยอะ แต่สังคมการทำงานบั่นทอนก็อาจเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้ คนเก่งๆ ไม่อยู่กับคุณ

สังคมการทำงานไม่ได้เป็นเพียงแค่สภาพแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงกับงาน และคน ในบริษัท นี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่บริษัทควรให้ความสำคัญ และยกเป็นหนึ่งในหัวเรื่องหลักในการพัฒนาบริษัท

อีกหนึ่งสิ่งที่บริษัทสามารถทำเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาบริษัทได้คือการออกแบบ Work-Experience Design เพื่อประเมินระดับความสุขของพนักงานในบริษัทเรื่อยๆ ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนาต่อไปให้ดีที่สุด

หากคุณชอบบทความนี้ และเรื่องราวธุรกิจในยุคดิจิทัลแบบนี้ สามารถเข้ามาที่ www.hardcoreceo.co ได้ทุกสัปดาห์ (หรือค้นหา HardcoreCEO บน Google)

และที่สำคัญ Follow เราบน Facebook HardcoreCEO พร้อมกด See First เพื่อรับบทความธุรกิจสดๆ ร้อนๆ ก่อนใครจาก HardcoreCEO ด้วยนะครับ

References: theleadershipreinformation, bustle, e-designstudio

ชอบเรื่องนี้แค่ไหน ให้หัวใจเราหน่อย

หัวใจเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวด

แชร์บทความนี้! อาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ

ติดตามเราบน Facebook

เราขอโทษด้วยที่โพสต์นี้ไม่ดีพอสำหรับคุณ

รบกวนขอ Feedback เพื่อให้เราได้ปรับปรุงนะครับ