ความกดดัน การขาย Tiktok ให้บริษัทในสหรัฐ ครั้งนี้ แฟร์ไหม แล้วใครได้ประโยชน์

0
184
tiktok ขายกิจการ ByteDance Microsoft

คงจะได้เห็นข่าวกันมามากพอสมควรแล้วนะครับเกี่ยวกับการแย่งซื้อกิจการของ Tiktok (ติ๊กตอก) จากฝั่งสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump มีนโยบายที่จะแบนแอปพลิเคชัน Tiktok ในสหรัฐอเมริกา และกดกันให้ Tiktok ขายกิจการ จากนั้นก็เริ่มมีข่าวออกมาให้หนาหูว่า Microsoft จะขอเข้าซื้อกิจการ Tiktok และล่าสุดก็มีข่าวว่า Twitter สนใจดีลนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Tiktok เป็น Application ที่เพิ่งจะมาดังกล่าวในช่วง Work From Home มานี่เอง โดย Tiktok ถูกพัฒนาโดยบริษัท ByteDance ของประเทศจีน ซึ่งก็เป็นประเทศที่ ถูก Donald Trump เพ่งเล็งอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ถูกตราหน้าว่าเป็น Application ที่ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา โดย ByteDance ถือเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์นตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ใน การระดมทุน ปี 2018 ถูกประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 2.4 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก longtunman.com)

ทุกวันนี้ Tiktok มีคนใช้งานกว่า 500 ล้านคนต่อวัน โดยผู้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกามีจำนวน 80 ล้านคนต่อวัน เมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้ว ปรับเป็นเลขกลมๆ ก็ 20% เลยทีเดียว ซึ่งข้อมูลของ ผู้ใช้ที่เป็นชาวอเมริกัน ก็ตกอยู่ในมือของบริษัทสัญชาติจีน

มุมมอง และผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายหาก Tiktok ขายกิจการ

ในมุมของ Microsoft จำนวนข้อมูลมหาศาลเหล่านี้สามารถช่วยให้ Microsoft นำฐานผู้ใช้ Tiktok มาผนวกเข้ากับบริการหรือสินค้าอื่นๆ ของ Microsoft และขยายตลาด ให้กว้างขึ้น อีกทั้งจะเป็นการเปิดตัว Social Media ที่ค่อนข้างมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จของ Microsoft อีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ซื้อ Linkedin ที่เป็น Social Network สำหรับ Professional การซื้อ Tiktok เข้ามาในพอร์ต เป็นการขยาย Social Media เพิ่มในส่วนของ Entertainment ได้เป็นอย่างดี

microsoft ซื้อกิจการ Tiktok

ในมุมของโดนัลด์ทรัมป์ จำนวนผู้ใช้อเมริกันที่ค่อนข้างสูงใน Application Tiktok ถือเป็นภันคุกคาม เนื่องจากบริษัทปิดแดนซ์สามารถนำข้อมูลนี้ไปพัฒนาสินค้าหรือบริการอื่นๆ สำหรับคนอเมริกันเช่นกัน พูดง่ายๆ ก็คือประเทศอเมริกา ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากข้อมูลผู้ใช้นี้เลย แถมยังเพิ่มโอกาสให้เงินของ คนอเมริกันรั่วไหลออกไปยังประเทศจีนมากขึ้นอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นบริการโฆษณาบน Application tiktok ที่ดึงดูดให้แบรนด์ดังต่างๆเริ่มมาลงโฆษณาบนติ๊กต๊อกจำนวนมาก หรือบริการอื่นๆที่จะออกมาใหม่ในอนาคต

(แต่ เอาจริงๆ ในประเทศจีนเองก็แบน Social Media สัญชาติอเมริกันเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Google ก็ไม่สามารถใช้ในประเทศจีนได้หากใครเคยไปจีนแล้วคงทราบดี)

ในมุมมองของ ByteDance ถ้ามองระยะสั้นๆ อาจจะดูเหมือนเป็นผลดี จากการที่จำนวนผู้ใช้โตขึ้นอย่างมหาศาล เพียงแค่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนตั้งแต่เกิด COVID-19 ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้มูลค่าบริษัทเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน ถ้ามองสั้นๆ ขายออกไปก็ถือว่าน่าจะได้ในราคาที่ดี อีกทั้งการขายนี้ไม่ได้ขายทั้งบริษัท แต่ขายเพาะในส่วนของกิจการในประเทศแถบนั้นเท่านั้น แต่ถ้าเรามองรวมๆ ในระยะยาว ซึ่งทางบริษัทเองก็ต้องมองในระยะยาวอยู่แล้ว ยังไงดีนนี้ก็ไม่น่าจะเกิดประโยชน์กับ ByteDance หรือประเทศจีนสักเท่าไหร่ แต่ถ้าต้องปล่อยโดนแบนจริงๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์อยู่ดี ดังนั้นทาง ByteDance คงต้องมาเปรียบเทียบกับระวาง 2 ทางเลือกนี้ ว่าจะมีทางหนีทีไล่อย่างไรได้บ้าง

ทำไม Donald Trump ถึงให้ความสนใจ Application นี้ จัง

1. ดาต้า หรือข้อมูล Insight ของผู้ใช้

ตามที่ได้เล่าก่อนหน้านี้ ว่าข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกัน ถือเป็นความมั่นคง ต่อประเทศสหรัฐอเมริกาในมุมมองของ Donald Trump ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นอกจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแล้ว ก็ยังส่งผลโดยตรงกับ “รายได้”

2. รายได้ที่จะเข้ามาในประเทศ

การเติบโตที่รวดเร็วของ Application Tiktok คือโอกาสในการสร้างรายได้มหาศาล ซึ่งหาก Tiktok ได้ถูกบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้ามาดูแลก็จะส่งผลให้รายได้ที่ได้นั้นเข้าในประเทศอเมริกา อัตราการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงภาษีต่างๆ ที่รัฐบาลจะสามารถเรียกเก็บได้เพิ่มขึ้น

จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่ทำไม โดนัลด์ทรัมป์จึงสนับสนุน Microsoft ให้ซื้อกิจการ Tiktok เข้ามาในพอร์ต รวมถึงประกาศสั่งแบนทันที เพื่อสร้างความกดดันให้กับ Tiktok เพราะหาก Tiktok ไม่ยอมขายให้บริษัทสัญชาติอเมริกัน ไม่ใช่เพียงแค่ชาวอเมริกันทุกคนจะไม่สามารถใช้ Application Tiktok ได้ แต่ ชาวอเมริกันทุกคน จะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้นกับบริษัท ByteDance ได้เลย

ดูรวมๆ แล้วดีลนี้ อเมริกาน่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการได้ Tiktok เข้ามาครอบครอง และบริษัท ByteDance ก็ถึงคราวที่จะต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ว่าจะยอม ให้ Tiktok เปลี่ยนเป็นสัญชาติอเมริกัน หรือจะยอมเสียฐานผู้ใช้ ฝั่งนั้นไป ซึ่งเรื่องราวนี้ยังไม่สรุป ByteDance อาจจะมีกลยุทธ์อะไร ที่น่าสนใจออกมาอีกก็ได้ ต้องรอติดตามกัน

Image by antonbe / Tawanda Razika from Pixabay

- Advertisement -

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here